นำ " ปลาช่อน " ที่แม่ค้าเขาทำให้แล้ว มาทำความสะอาดให้หมดจดอีกครั้ง บั้งเป็นรอยทั้งสองด้าน แล้วผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจึงนำลงทอดในน้ำมันร้อน ๆ ให้น้ำมันท่วมตัวปลาจะดีมาก ทอดจนเหลืองอร่ามทั้งตัว ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน แล้วจัดวางในจานทั้งตัว
เครื่องเมี่ยง ไม่มีอะไรยุ่งยากเลย ใช้เครื่องแบบเมี่ยงคำ หันเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขิง(อ่อน) หอมแดง มะนาวหั่นทั้งเปลือก ถั่วลิสงคั่ว จะให้ดีก็ใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วหรืออบแทน พิเศษกว่าเมี่ยงคำนิดหน่อยตรงตะไตร้ฝอย ๆ ปนไปกับเครื่องเมี่ยงด้วย
ใบเมี่ยง ใช้ใบผักคะน้า ใบชะพลู ใบผักกาดหอม ใบผักกาดแก้ว ใบทองหลางหรือหาใบอะไรที่กินได้ มาแทนก็ได้
เพื่อให้มันยุ่งยากสมเป็นอาหารขึ้นภัตตาคารหน่อย ก็ต้องหาหมี่ขาวมาทอดให้กรอบเป็นของโรยหน้าอีกสักอย่าง
น้ำเมี่ยง นับว่าเป็นส่วนสำคัญรองลงมาจากตัวปลาก็ว่าได้ ต้องทำเป็นน้ำออกรสเปรี้ยว หวาน เค็ม คือใช้น้ำตาลปึกหรือน้ำตาลปีบก็ได้ ตั้งไฟอ่อน ๆ พอน้ำตาลละลายเหนียวดีแล้ว เติมน้ำมะขามเปียกลงไปพอประมาณ (เติมไปชิมไป จนได้รสเปรียวพอใจก็หยุดเติม) เหยาะน้ำปลาลงไปสองสามกระฉูด คนให้เข้ากันดี ชิมอีกครั้ง ขาดรสอะไรหรือชอบรสอะไรนำหน้าก็เติมรสนั้นเพิ่มลงไป พอเดือดจนพล่านดีแล้วก็ยกลงจากเตา
คนชอบกินเผ็ด ก็ใช้พริกขี้หนูสวน (เม็ดเล็ก ) มาเติมในเครื่องเมี่ยง หรือจะเติมพริกป่นในน้ำเมี่ยงเล็กน้อยก็ได้
วิธีรับประทาน เพื่อให้ดูดีจึงต้องมีพิธีรีตองสักหน่อยคือ เลือกใบผักมา 1 ใบ แล้วตักเครื่องเมี่ยงอย่างละชิ้นมาวางบนใบผัก ตักเนื้อปลาที่ทอดสุกเหลืองอร่ามแล้วมาเติมบนเครื่องเมี่ยง ตามด้วยหมีกรอบ แล้วหยอดน้ำเมี่ยง รวบใบผักเป็นห่อให้พอดีคำ แล้วก็กิน
เพื่อไม่ให้ตักเนื้อปลาทอดกันเลอะเทอะทางที่ดี (ถ้ามีเวลา) ควรแล่เนื้อปลาช่อนออกมาทั้งสองด้าน เหลือก้างกลางกับหัว เอาก้างกับหัวลงทอดให้สุกเหลืองกรอบก่อน จัดวางลงในจาน จากนั้นนำเนื้อที่แล่ไว้มาหั่นเป็นชิ้นเท่า ๆ กันไม่เล็กนักแต่ไม่ใหญ่เกินคำ ทอดให้สุกเหลือง ตักขึ้นนำไปประกอบบนก้างกับหัวปลา ให้ดูเหมือนเป็นตัวปลาตามเดิม ก็จะดี
ตำรับที่แนะนำนี้ไม่สงวนลิทธิ์ครับ ใครอยากทดลองทำกิน ทำเลี้ยงมิตรสหาย เชิญตามสบายเลยครับ รับรองอร่อยมาก ๆ
ปลาช่อนนอกจากทำเมี่ยงที่ว่านี้แล้ว นึ่งเบียร์ก็อร่อยครับ ! |