จากผู้เขียน : ตั้งแต่เมื่อ 30 กว่าปีก่อนจนถึงปัจจุบันนี้ ผมมีโอกาสท่องเที่ยวไปตามป่าใหญ่ไพรกว้างหลายต่อหลายแห่ง ทุกภาคของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นป่าแก่งสร้อยดอยเต่าทางภาคเหนือ ป่าภาคกลาง เช่น เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร
ป่าภาคใต้ ปลายคลองละแม อำเภอละแม ป่าในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร
ป่าภาคตะวันตกฝั่งซ้ายของแควน้อย จากห้วยเขย่ง ผ่านเหมืองเต่าดำขึ้นไปเกือบถึงชายแดนพม่า
ป่าภาคตะวันออกในเขตจังหวัดฉะเชิงเทราติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว คือ ป่าวังน้ำเย็น และป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งผมได้มีโอกาสท่องเที่ยวชมธรรมชาติ สำรวจเส้นทางเดินป่า และหาชมสัตว์ป่าเนิ่นนานกว่าแห่งอื่น ๆ ที่ได้เอ่ยถึงข้างต้น
จากการท่องเที่ยวมายาวนานพอสมควรผมได้พบเห็นธรรมชาติถูกทำลาย สัตว์ป่าถูกล่าสูญสิ้นไปปีแล้วปีเล่า จนปัจจุบันนี้สภาพของป่าดงขาดความอุดมสมบูรณ์กว่าเมื่อ 30 ปีก่อนมาก จำนวนสัตว์ป่าก็น้อยลงมาก บางชนิดพันธุ์ก็สาปสูญไป บางชนิดพันธุ์ตกอยู่ในสภาพภาพคับขัน ใกล้จะสูญพันธุ์
การที่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ ก็เพราะป่าดงถูกทำลายอย่างไม่อาจมีอำนาจใด ๆ ยังยั้งได้ ซึ่งพลอยทำให้สัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ ขาดถิ่นที่อาศัยอันปลอดภัย ขาดแหล่งน้ำแหล่งอาหารถูกล่าง่ายขึ้น เป็นผลให้มีจำนวนลดน้อยลงและสูญพันธุ์ไปในที่สุด
เนื่องจากป่าดงดั้งเดิมที่รกทึบเป็นตัวรองรับซับน้ำฝนไว้อย่างดีถูกทำลายอย่างกว้างขวางยับเยิน ทุกภาคของประเทศ อุทกภัยร้ายแรงจึงเกิดขึ้นซ้ำซาก และยิ่งหนักหน่วงกว่าเดิม อย่างที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2549 นี้ ได้สร้างความสูญเสีย ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแก่ผู้คนจำนวนมากมาย
นับว่าโชคดีที่มีโอกาสท่องเที่ยวไปในป่าดงของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในช่วงที่ความเจริญจากการท่องเที่ยวยังไม่รุกรานเขาใหญ่มากนัก คือในช่วงปี พ.ศ.2533-2537 จึงยังมีโอกาสได้พบเห็นสัตว์ป่าค่อนข้างหนาตาและหาชมได้ง่ายกว่าในปัจจุบัน
ขณะนี้เขาใหญ่กลายสภาพเป็นบ้านเมืองอันอุ่นหนาฝาคั่งด้วยนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว แท้จริงเราไม่ควรทำลายป่าเพื่อสร้างอาคารเพิ่มเติมขึ้นมาอีก แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ ตัวอย่างเช่นพื้นที่ที่เคยเป็นบ้านพักรับรองของสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งแต่จอมพลสฦษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อมาถูกทิ้งร้างชำรุดทรุดโทรม ไม่มีผู้คนอาศัยกลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่มีสัตว์ป่าต่าง ๆ ออกมาหากินอยู่เป็นประจำ แต่พอมาถึงยุครัฐบาลในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา กลับมีการทำลายป่าส่วนหนึ่งของบริการรอบ ๆ ทุ่งหญ้าและสร้างบ้านพักรับรองสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาใหม่ มีอาคารสถานที่มากมายขยายตัวออกไปอีก มีการตัดถนนเชื่อมโยงไปโดยรอบ
เป็นการขับไล่สัตว์ป่าต่าง ๆ ให้ต้องหนีหายไปอีกส่วนหนึ่ง
ท่านผู้ใดอยากเห็นก็ขับรถขึ้นไปดูเถอะครับ ใช้เส้นทางขึ้นเขาเขียวพอขึ้นไปหน่อยเดียวจะพบทางเลี้ยงขวา เลี้ยงเข้าไปตามถนนราดยางอย่างดีที่สร้างขึ้นมาใหม่ จะพบเห็นบ้านเมืองถนนหนทางที่ชวนให้ต้องตะลึงทันที
เมื่อป่าดงบนเขาใหญ่หลายส่วนถูกรุกรานด้วยสิ่งก่อสร้างอาคารที่ทำการ ที่พักแรมและอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวสัตว์ป่าที่เคยพอเห็นง่าย ๆ ก็หายหน้าหายตาไป เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็พบเห็นแต่ผู้คนอันคลาคล่ำแทนสัตว์ป่า
ความจริงผมขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตั้งแต่ปี 2523 ติดตามคณะของคุณผ่อง เล่งอี้ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ อดีตวุฒิสมาชิก ขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองอุทยานแห่งชาติ ขึ้นไปทำข่าวฝ่ายทหารอบรมฝึกอาวุธและการต่อสู้ให้แก่พนักงานพิทักษ์ป่าเขาใหญ่ เพราะขณะนั้นยังมีการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยอยู่ ต่อมาได้เกิดการสูญเสียพนักงานพิทักษ์ป่าเขาใหญ่และอาคารสถานที่ จากการเข้าโจมตีของกองกำลังคอมมิวนิสต์ ที่หน่วย 'ขญ.8 หินเพลิง' ในคืนวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2523
ช่วงเวลานั้นสัตว์ป่าต่าง ๆ ชุกชุมมาก สามารถหาชมสัตว์ป่าได้ง่ายมาก โดยเฉพาะกระทิง และเสือโคร่ง (ดังบันทึกของยามสายตรวจท้ายเล่ม)
เสือโคร่งในปัจจุบันถือว่าอยู่ในสภาพภาพของสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว พบเห็นตัวยากมาก
อย่างไรก็ตามในปี 2533-2534 คณะของผมได้รับอนุญาตจากคุณไพโรจน์ สุวรรณกร อธิบดีกรมป่าไม้ในสมัยนั้น (ถึงแก่กรรมไปแล้ว) ให้ขึ้นไปทำสารคดีเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในทุก ๆ ด้าน ใช้เวลา 1 ปีทำการศึกษาหาข้อมูลของอุทยานฯ ทุกสภาพฤดูกาล และทุกสภาพพื้นที่ตั้งแต่พื้นราบยันยอดเขาสูง
ภารกิจครั้งนั้นหากทำสำเร็จก็จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่สมบูรณ์ได้เล่มหนึ่งตามประสงค์
ผมรู้สึกเสียดายอย่างยิ่งที่คณะของผมไม่อาจดำเนินการให้สำเร็จตามความตั้งใจได้ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้โครงการต้องล้มเลิกไปหลังจากใช้เวลาขึ้นลงเขาใหญ่อยู่ร่วม 4-5 เดือน
หน้าที่ที่ผมได้รับคือ การเดินทางสำรวจเส้นทางหากินของสัตว์ป่าสำคัญ ๆ เช่น เสือโคร่ง กระทิง และช้าง ทำให้ผมได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมและเรื่องราวของสัตว์ป่า มีข้อมูลที่น่าสนใจของอุทยานฯและภาพถ่ายของสัตว์ป่ามากพอที่จะรวบรวมเป็นหนังสือสารคดีเกี่ยวกับชะตากรรมสัตว์ป่าเขาใหญ่เล่มนี้ขึ้นมาได้