เนื้อหาสำคัญ : สมดุลภาษา (Balanced Literacy) เป็นแนวการสอนภาษาที่เริ่มมาจากประเทศนิวซีแลนด์ โดยพัฒนามาจากวิธีการสอนภาษาแนวธรรมชาติแบบองค์รวม (whole language หรือ natural language approach) ซึ่งเป็นแนวที่โรงเรียนระดับอนุบาลศึกษาในประเทศไทยได้ใช้อยู่โดยมูลนิธิชมรมไทย-อิสราเอล ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชภุมารี ได้นำเผยแพร่ และในระดับประถมศึกษา ดร.ริชาร์ด วอร์คเกอร์ (Dr.Richard Walker) แห่งวิทยาลัยบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย และดร.เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้นำมาทดลองสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษาที่เรียกว่า แนวการสอนมุ่งประสบการณ์ภาษา (concentrated language experience) ซึ่งมีวิธีการสอนภาษาไทยโดยสอนอ่านและเขียน จากเรื่องที่ผู้เรียนเข้าใจและมีประสบการณ์ ส่วนการสอนแบบแจกลูก สะกดตัว (phonics) นั้นถือว่าสอนในบริบท (context) ของเรื่องที่เรียนอยู่จึงได้เน้นสอนออกมาได้ชัดเจนนัก
แนวการสอนภาษาแบบองค์รวม (whole language) นี้ได้แพร่หลายไปที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ระหว่างปี ค.ศ.1980-1995 (พ.ศ.2523-2538) สำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีปัญหาโต้แย้งเรื่องการสอนภาษาแนว whole language และ phonics (การสอนภาษาที่เน้นการฝึกทักษะแจกลูกและสะกดคำ) มาเป็นเวลาหลายปีส่วนประเทศนิวซีแลนด์ต้นตำรับนั้นได้พัฒนาแนวการสอนที่บูรณาการ การสอนแบบให้มีความหมาย (whole language) กับการสอนสะกดคำแจกลูก (phonics) เข้าด้วยกันแล้วใช้ชื่อว่า สมดุลภาษา (balanced literacy) ประมาณ พ.ศ.2534 (ค.ศ.1991)
ในการสอนภาษาวิธีนี้ นิวซีแลนด์ยึดหลักเด็กเป็นศูนย์กลาง เพราะฉะนั้นครูจะต้องสามารถสอนเด็กเป็นรายบุคคลได้ จึงมีการจัดการสอนให้นักเรียนได้เรียนตามลำพังกับครู และเรียนเป็นกลุ่มกับเพื่อนทั้งชั้น หรือเรียนกับเพื่อนกลุ่มเล็ก หรือจับคู่กับเพื่อน วิธีการสอนภาษาจึงมีการสอนเป็นกลุ่มแบบต่าง ๆ เช่น การสอนอ่านร่วมกัน (shared reading) สอนอ่านกลุ่มย่อย (guided reading) สอนอ่านเองตามลำพัง (independent reading) การสอนเขียนก็แบ่งกลุ่มเช่นเดียวกัน จึงมี shared writing, guided writing และ independent writing หลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา นำวิธีสอนเหล่านี้ไปใช้โดยไม่ใช้ชื่อ balanced literacy แต่ที่สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้ชื่อ balanced literacy ประมาณ พ.ศ.2539 (ค.ศ.1996) แต่ก็ยังไม่แพร่หลาย แต่จะคุ้นกับ whole language มากกว่า
ข้าพเจ้าสนใจแนวการสอนแบบสมดุลภาษานี้ เมื่อไปประชุมที่สมาคมการอ่านนานาชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดที่เมืองโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2543 คณะผู้จัดประชุมได้จัดรายการให้ไปชมการสอนภาษาในโรงเรียนในเมืองโอคแลนด์สามวัน ทำให้ได้รู้จักสำนักพิมพ์ Wendy Pye Lid. ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายสำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์หนังสืออ่านสำหรับเด็ก โดยจัดตามระดับความสามารถ
สำนักพิมพ์ Wendy Pye Ltd. ได้ร่วมมือกับสมาคมเพื่อการศึกษาเด็กในประเทศไทย จัดอบรมการใช้แนวสมดุลภาษาในการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศในโรงเรียนไทย สองครั้ง ครั้งละสามวัน เมื่อปี พ.ศ.2543 และ 2544 ซึ่งสำนักพิมพ์ Wendy Pye Ltd. ได้เคยวิจัยและทดลองใช้แนวนี้ในการสอนภาษาอังกฤษ ให้แก่เด็กที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษในนิวซีแลนด์ได้ผลดี แต่เนื่องจากการสอนแนวนี้ต้องใช้สื่อประเภทหนังสือเด็กระดับต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก จึงไม่สู้จะแพร่หลายในกลุ่มโรงเรียนไทยที่เข้ารับการอบรมขณะนั้น
แต่ข้าพเจ้าสนใจวิธีสอนเป็นกลุ่มต่าง ๆ มาก และได้นำมาทดลองใช้ที่โรงเรียนสาธิตบางนา (แต่ขณะนี้ยุติการทดลองแล้วเพราะความจำเป็นบางประการ) โดยใช้ในการสอนภาษาไทยระดับอนุบาลและประถมปีที่ 1-2 โดยได้ใช้หนังสืออ่านเล่มเล็กหลาย ๆ เล่ม ปรากฎผลว่าเด็กนักเรียนจะชอบอ่านหนังสือมาก ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าแนวการสอนแบบนี้ค่อนข้างจะได้ผล จึงใคร่จะเผยแพร่ให้โรงเรียนได้นำไปทดลองใช้และช่วยกันผลิตหนังสืออ่านสำหรับเด็กให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาที่เด็กจะประถม 6 แล้วยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ หรืออ่านเขียนได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อ่านแล้วจับใจความไม่ได้ ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ และไม่มีนิสัยรักการอ่านซึ่งเป็นทักษะชีวิตที่จำเป็นในสังคมการเรียนรู้ในอนาคต
เพื่อความสะดวกในการอ่านจึงได้จัดแบ่งเนื้อหาในหนังสือออกเป็น 5 บท บทหนึ่งกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวิธีการสอนแบบสมดุลภาษาของประเทศนิวซีแลนด์ บทที่สอง จะกล่าวโดยละเอียดถึงวิธีการสอนอ่าน บทที่สาม กล่าวถึงวิธีการสอนเขียน บทที่สี่ กล่าวถึงการจัดตารางเรียนและการประเมินผล บทที่ห้า กล่าวถึงการนำวิธีการสอนแนวสมดุลภาษาของนิวซีแลนด์มาประยุกต์ใช้ในการสอนภาษาไทยระดับอนุบาลหนึ่งถึงประถมปีที่หกในประเทศไทย