เวลานั้นเป็นเที่ยงวันของวันที่เจ็ดจากการเริ่มต้นเดินทาง มุสตาฟาขี่ม้าเข้าไปในเมืองบัลซอรา เขาได้เข้าไปในโรงเตี๊ยม ถามว่าการค้าทาสประจำปีจะมีขึ้นเมื่อไร และได้รับคำตอบอันสะท้านใจว่าเขามาช้าไปสองวัน พวกนั้นแสดงความเห็นใจที่เขาผิดหวังมาก ก็น่าจะผิดหวังอยู่หรอกเพราะพวกนั้นเล่าว่าเขาไม่ได้เห็นอะไรดี ๆ นั่นคือในวันสุดท้ายมีทาสสาวแสนสวยสองคนถูกนำมาขาย พวกผู้ซื้อพากันอยากได้ ถึงกับทะเลาะวิวาทกัน แต่ในที่สุดก็มีผู้ซื้อไปในราคาแพงลิบซึ่งผู้ซื้อรายอื่น ๆ ไม่กล้าสู้ราคา ไม่ต้องสงสัยเลย มุสตาฟารีบซักต่อเพราะทาสสองสาวคนนั้นย่อมจะเป็นน้องสาวและคู่รักของเขาแน่ ๆ เขาได้ความว่าเศรษฐีผู้ซื้อสองสาวไปอยู่ห่างจากเมืองนั้นไปประมาณ 120 ไมล์ ชื่อธิอุลี-โคส เป็นคนสำคัญมาก ร่ำรวย และรวยขึ้นทุกวัน เคยเป็นจอมพลของสุลต่านมาก่อน แต่บัดนี้ได้ออกจากราชการไปตั้งรกรากอยู่นอกเมือง เสวยสุขบนกองเงินกองทอง
มุสตาฟาตัดสินใจขึ้นม้าอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปยังที่พักของธิอุลี-โคส ธิอุลี-โคสเพิ่งเดินทางไปก่อนเขาเพียงวันเดียว แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเขามาเพียงลำพังคนเดียวไม่มีอะไรเด่นพอจะพบชายผู้มีความสำคัญนั้นได้ และไม่มีทางจะชิงสองสาวสมบัติชิ้นใหม่ของธิอุลี-โคสมาได้แน่ ๆ เขาจะต้องวางแผน ไม่นานนักมุสตาฟาก็นึกอะไรออก เมื่อมีผู้เคยคิดว่าเขาเป็นปาชาสุลีไอก้า ซึ่งทำให้เขาเกือบตายมาแล้วเขาก็ควรจะหาทางเข้าไปในบ้านของธิอุลี-โคส และหาวิธีช่วยสองสาวออกมา มุสตาฟาลงทุนจ้างคนใช้ ซื้อม้า เสื้อผ้าอย่างดีให้ตนเองและคนใช้ แล้วเดินทางไปยังบ้านของธิอุลี-โคส
ห้าวันต่อมาเขาก็เข้าไปใกล้ปราสาทของธิอุลี-โคสปราสาทนั้นตั้งอยู่กลางทุ่งราบมีกำแพงสูงล้อมรอบมองเห็นตัวปราสาทแต่เพียงบางส่วนซึ่งสูงพ้นกำแพงนั้น เมื่อไปใกล้จุดหมายถึงเพียงนั้น มุสตาฟาจึงจัดแจงย้อมผมและหนวดให้ดำสนิทยิ่งขึ้น ทาหน้าด้วยยางไม้ให้ดูดำตามที่เขาเคยสังเกตเห็นผิวพรรณของปาชาตัวจริง ต่อจากนั้นจึงส่งคนไปที่ปราสาทขอพักค้างคืนในนามของปาชาสุลีไอก้าคนรับใช้กลับมาพร้อมด้วยทาสแต่งกายหรูหราอีกสี่คนมาช่วยจูงม้าของมุสตาฟา และนำเขาเข้าไปในปราสาท ช่วยเขาลงจากหลังม้า ทาสอีกสี่คนนำเขาขึ้นบันไดหินอ่อนไปพบธิอุลี
ธิอุลีเป็นชายชราท่าทางมีชีวิตชีวา ต้อนรับน้องชายของข้าพเจ้าด้วยความคารวะอย่างสูง สั่งคนครัวจัดอาหารอย่างดีมาต้อนรับ เมื่อเสร็จสิ้นการรับประทานอาหาร มุสตาฟาก็คุยกับธิอุลี และพยายามหาทางเบนการสนทนาไปในเรื่องเกี่ยวกับทาสใหม่ ๆ ธิอุลีรับว่าซื้อทาสสาวมาใหม่สองคน สวยมากแต่เสียอย่างเดียวที่เศร้าโศกไม่ยอมเลิกแต่อีกไม่นานนักก็คงจะดีขึ้นน้องชายข้าพเจ้าพอใจในการต้อนรับนี้มาก คิดว่าแผนการคงจะมีหวังสำเร็จ
มุสตาฟาคงจะหลับไปได้ราวหนึ่งชั่งโมงก็ถูกปลุกขึ้นด้วยแสงไฟส่องหน้า เขาขยับตัวขึ้นนั่ง คิดว่าฝันไปเพราะตรงหน้าเขาชายร่างเล็กผู้ประสงค์ร้ายเมื่ออยู่ในกระโจมของออร์บาซานยืนอยู่ มือถือตะเกียง ยิ้มอย่างไม่เป็นเมิตร มุสตาฟาหยิกแขนตนเอง ดึงแขนและดึงจมูกเพื่อให้แน่ใจว่าตื่นอยู่ แต่ภาพนั้นก็ยังอยู่ตรงหน้า
ต้องการอะไรถึงได้มายืนอยู่ข้างเตียงของข้าอย่างนี้ มุสตาฟาร้องถามเมื่อระงับความงงได้แล้ว |
อย่ารบกวนตัวเองเลยท่าน ข้าพอจะรู้เหตุผลที่ท่านมาที่นี้ ชายนั้นตอบ หน้าตาของท่านนั้นข้าไม่ลืม หากว่าข้าไม่ได้ช่วยแขวนคอปาชาเองละก็ ข้าคงถูกหลอกไปกับเขาด้วย แต่ข้ามาที่นี้เพื่อถามอะไรสักข้อ
ก่อนจะบอกอะไรอื่นก็บอกข้ามาก่อนว่าท่านน่ะมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร มุสตาฟาย้อนถามด้วยความโกรธที่ความลับถูกเปิดออก
ข้าพเจ้าเล่าให้ฟังก็ได้ ข้าเข้ากับท่านผู้ทรงพลังไม่ได้ข้าก็หนีมา และท่านนั่นแหละ มุสตาฟาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างข้าและท่านหัวหน้า ข้าจึงมาที่นี้เพื่อขอให้ท่านสัญญาว่าจะยกน้องสาวให้เป็นเมียข้า แล้วข้าจะช่วยท่านและพากันหนีไปด้วยกัน หากท่านปฏิเสธข้าจะไปนายใหม่ของข้าและบอกเขาเรื่องปาชา
มุสตาฟาทั้งโกรธและกลัว ดูเถอะเข้ามาจนถึงที่หมายแล้วยังถูกเจ้าตัวร้ายนี้มาทำลายความหวังทั้งมวลเสียได้ มีอยู่ทางเดียวที่จะทำได้คือฆ่าชายคนนี้เสีย จะได้ทำตามแผนต่อไปมุสตาฟากระโดดจากเตียงไปที่ชายชรา แต่เจ้าวายร้ายคล้ายจะคาดไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องพบเรื่องเช่นนี้ มันทิ้งตะเกียงลงบนพื้น ปล่อยให้ดับ แล้ววิ่งหนีไปในความมืดปากก็ร้องว่า
ช่วยด้วย ฆาตกร ฆาตรกร มุสตาฟานึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี เขาจำต้องเลิกแผนการทั้งหมด เอาตัวรอดไว้ก่อน เขาวิ่งไปที่หน้าต่างเพื่อดูว่าจะกระโดดลงไปได้หรือไม่ หน้าต่างนั่นสูงจากพื้นดินพอสมควร ตรงข้ามกับกำแพงตึก เขาต้องกะระยะให้ดี ขณะที่เขายืนอยู่ข้างหน้าต่าง ลังเลว่าจะทำอย่างไรดีก็ได้ยินเสียงคนหลายคนใกล้เข้ามา เมื่อพวกนั้นถึงประตูมุสตาฟาก็คว้ามีดสั้นและเสื้อผ้า เหวี่ยงตัวเองออกไปทางหน้าต่าง เขาตกลงบนพื้นจุกแอ้ด ๆ แต่ไม่มีกระดูกชิ้นใดหัก จึงลุกขึ้น วิ่งตรงไปที่กำแพง ปีนขึ้นไปแล้วหนีออกจากปราสาทนั้นมาได้ เขาหนีจากทุ่งราบเข้าไปในป่าไม้ จึงล้มตัวลงนอนหอบด้วยความเหนื่อยเขานอนคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ม้าและทาสก็สูญไปหมดแต่เงินยังพอมีติดตัวอยู่บ้าง
สมองของเขาคิดหาวิธีอื่นต่อไปที่จะช่วยน้องสาวและคนรัก เขาเดินทางไปในป่าจนพ้นชายป่าอีกด้านหนึ่งเข้าไปในหมู่บ้าน มุสตาฟาซื้อม้าตัวหนึ่งแล้วเข้าไปในเมือง เขาถามหาหมอ เมื่อได้พบ ก็ขอซื้อยานอนหลับอย่างแรงจนคนหลับคล้ายกับคนตาย และยาแก้ เขาเสียเหรียญทองไปจำนวนไม่น้อยจึงได้ยามาตามต้องการ เมื่อได้มาแล้วจึงไปซื้อหนวดปลอมยาว เสื้อคลุมสีดำ หม้อยา ขวดยานานาชนิด เพื่อว่าจะได้ดูสมกับเป็นหมดเร่ แล้วขนของทั้งหมดขึ้นม้าไปที่ปราสาทของธิอุลี-โคส มุสตาฟาเชื่อว่าคงไม่มีใครจำเขาได้เพราะหนวดปิดหน้าปิดตาเสียจนเขายังจำตัวเองแทบไม่ได้ เมื่อไปถึงมุสตาฟาประกาศตนว่าเป็นหมอ ชื่อจักกะมานกาบูดิบาบา ทุกอย่างเป็นไปตามคาด เขาได้รับการต้อนรับอย่างดี เมื่อคุยกันกับเจ้าของบ้านประมาณหนึ่งชั่วโมง ธิอุลีก็ตกลงให้หมอตรวจรักษาทาสหญิงทุกคนในปราสาทนั้น
มุสตาฟายินดีมากที่จะได้พบหน้าน้องสาว เขาเดินตามธิอุลีเข้าไปในฮาเรมด้วยใจตื่นเต้น ห้องที่ธิอุลีพาเข้าไปนั้นตกแต่งสวยงามแต่ไม่มีใครเลยสักคน
จับบาบา หรือชื่ออะไรของท่านเถอะ หมอ ธิอุลีว่า เห็นช่องในกำแพงนั่นไหม ทาสหญิงของข้าแต่ละคนจะยื่นแขนออกมาให้ท่านจับชีพจร ท่านตรวจดูซิว่าชีพจรของหล่อนเต้นดีมีสุขภาพหรือไม่
มุสตาฟาถามเหตุผลที่เขาไม่อาจพบหน้าทาสหญิงเหล่านั้น แต่ธิอุลีก็ไม่เปลี่ยนใจ เขาต้องการให้หมอตรวจสุขภาพโดยทั่วไปเท่านั้น ธิอุลีดึงกระดาษแผ่นยาวเป็นรายชื่อทาสออกจากเข็มขัด และอ่านชื่อแต่ละคนด้วยเสียงอันดัง เมื่อเขาเรียกชื่อหญิงสาวเจ้าของชื่อก็เดินมายื่นแขนออกมาทางช่องนั้นให้หมอจับชีพจร เขาตรวจหกคนแรกไปและบอกว่าสุขภาพดีเป็นปรกติ แต่พอถึงคนที่เจ็ดชื่อ ฟาติมา แขนเล็กเรียวยื่นออกมาผ่านช่องนั้น มุสตาฟาตัวสั่นด้วยความยินดี เขาจับมือนั้นไว้ และทำหน้าเคร่งเครียดบอกเจ้าบ้านว่าเธอผู้นี้กำลังป่วยอย่างมากเสียด้วย ธิอุลีรีบบอกให้หมอจัดยาให้แก่หล่อน ไม่ต้องชักช้า มุสตาฟาจึงเดินออกไปนอกห้องเพื่อเตรียมยา เขาเขียนข้อความลงบนกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ว่า ฟาติมา พี่มาช่วยเธอ ขอให้เธอกินยาที่ส่งให้ไปนี้ มันจะทำให้เธอดูเหมือนคนตายเป็นเวลาสองวัน แล้วพี่มีวิธีช่วยให้เธอกลับฟื้นขึ้นมาอีก หากตกลงตามนี้ขอให้เธอพูดว่า ยานี้ไม่มีประโยชน์ พี่จะได้เข้าใจว่าเธอรู้เรื่องและตกลงทำตามที่บอกแล้ว
เขารีบกลับเข้าไปในห้อง ธิอุลีรออยู่อย่างกระวนกระวายเขานำยามาด้วย ขอตรวจชีพจรฟาติมาอีกครั้งและแอบสอดจดหมายไปที่กำไลข้อมือของเธอ ธิอุลีกังวลกับอาการป่วยของฟาติมามาก และขอให้เลื่อนการตรวจหญิงคนอื่น ๆ ไปก่อนเมื่อออกจากห้องนั้นไปด้วยกัน ธิอุลีพูดด้วยเสียงไม่เป็นสุขว่า
จาบาบา บอกมาตรงตรงซิว่าท่านคิดอย่างไรกับอาการป่วยของฟาติมา
จักกะมานบูดิบาบาตอบพลางถอนใจใหญ่ 
ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ขอให้พระเจ้าปลอบใจท่านด้วยเถอะอาการของหล่อนนั้นน่ะเป็นไข้ชนิดช้าแต่ถึงตายได้ทีเดียว
ธิอุลีชักโกรธ พูดอะไรน่ะ เจ้านี่เป็นหมอประเภทไหนกัน ข้าต้องเสียเงินสองพันเหรียญทองซื้อตัวนางคนนี้มาแล้วจะต้องตายไปอย่างนี้น่ะรึ ถ้าแก่ช่วยเธอไม่ได้ละก็ข้าจะตัดหัวแกเสียทีเดียว
มุสตาฟาเห็นว่าดำเนินการผิดพลาดจึงพยายามแก้ไขให้ความหวังแก่ธิอุลีบ้าง ขณะที่พูดกันอยู่ทาสก็นำคำตอบจากฟาติมามาว่า ยานี้ไม่มีประโยชน์
ธิอุลีร้องขึ้นว่า หมอพยายามใช้ความรู้ให้มากกว่านี้หน่อยนะ ข้าจะจ่ายให้ตามจำนวนที่แกต้องการหากว่าช่วยนางไว้ได้ ธิอุลีเจ็บปวดมากเมื่อนึกจะต้องเสียเงินจำนวนมหาศาล
ข้าจะผสมยาใหม่ให้ รับรองว่าจะต้องช่วยนางได้ มุสตาฟาบอก
เออ เร็วเข้าเถอะ ช่วยนางให้ได้นะ ธิอุลีสะอื้น
มุสตาฟาออกไปเตรียมยานอนหลับอย่างแรงด้วยความยินดี มอบยาให้ทาสผิวดำไปพร้อมกับสั่งปริมาณยาที่ต้องกินแต่ละครั้ง เขากลับไปหาธิอุลี หลอกว่าต้องรีบไปหาตัวยาเพิ่มเติมที่ข้างทะเลสาบ แล้วรีบออกจากปราสาทนั้นไปในทันที เมื่อไปถึงทะเลสาบก็ฉีกเสื้อผ้าและหนวดปลอมออกจากตัว โยนทิ้งน้ำไป แล้วแอบไปซ่อนอยู่ในพุ่มไม้คอยเวลากลางคืน เขาลอบเข้าไปในสุสานของปราสาทซึ่งอยู่ภายนอกติดต่อกับตัวปราสาท
มุสตาฟาหายตัวไปจากปราสาทประมาณหนึ่งชั่วโมงไม่ถึงดี ข่าวก็ถึงหูธิอุลีว่าแม่ฟาติมาสาวสวยกำลังจะตายอยู่แล้ว ธิอุลีรีบส่งคนไปตามหมอที่ทะเลสาบ แต่ทาสกลับมาแจ้งว่าหมอจนน้ำตายเสียแล้ว เพราะเห็นเสื้อดำ ๆ ของหมอโผล่ขึ้นมาในบางครั้ง บางทีก็เห็นหนวดลอยผลุบโผล่อยู่ ธิอุลีเห็นว่าไม่มีทางจะช่วยฟาติมาได้แล้วก็ได้แต่แช่งด่าความเคราะห์ร้ายของตน และความร้ายกาจของโลก ดึงหนวดเอาหัวชนกำแพง แต่ไม่ได้ผลอะไรเพราะฟาติมาหายใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วท่ามกลางแม่สาว ๆ ทั้งหลาย ธิอุลีจึงสั่งให้ต่อโลงศพแล้วนำร่างเจ้าหล่อนไปไว้ในสุสาน เขาทนเห็นศพในบ้านของเขานานไม่ได้ เมื่อทาสนำโลงเข้าไปไว้ในสุสานก็รีบออกมาในทันทีเพราะได้ยินเสียงครางและถอดหายใจจากโลงอื่นในนั้น
มุสตาฟาซ่อนอยู่ในสุสาน และแกล้งครางเพื่อไล่พวกคนแบกโลง เขารีบออกมา จุดตะเกียงที่นำติดตัวมาด้วย เขาเปิดฝาโลงออก หยิบยาแก้นอนหลับ แต่แล้วเขาก็ต้องยืนตะลึงเพราะหญิงสาวในโลงนั้นเป็นคนแปลกหน้าไม่ใช่น้องสาวของเขา ไม่ใช่โซเรด แต่เป็นใครไม่รู้จักนอนหลับอยู่ในโลง กว่าเขาจะหายตกใจจากการเล่นตลกของโชคชะตาก็นานโข ความเวทนามีมากกว่าความโกรธ เขาเปิดขวดยา เทยาใส่ปากหญิงสาว เจ้าหล่อนถอนใจและลืมตานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งคล้ายพยายามคิดว่าหล่อนอยู่ที่ไหนเมื่อระลึกขึ้นได้ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา เธอก็ลุกขึ้นจากโลงคุกเข่าลงแทบเท้ามุสตาฟา
ข้าพเจ้าจะขอบพระคุณท่านได้อย่างไร ท่านช่วยชีวิตผู้มีเมตตา หล่อนรำพัน ท่านได้ช่วยข้าพเจ้าให้พ้นมาจากที่คุมขังอันทุกข์ทรมานนั้นมาได้
แต่มุสตาฟาตัดบทและถามหล่อนว่าเหตุใดฟาติมาน้องสาวของเขาจึงกลายเป็นหล่อนไปได้
หญิงสาวมองเขาด้วยความประหลาดใจ ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านถึงช่วยข้าพเจ้า ทั้งที่ทีแรกก็งง ๆ อยู่แต่ข้าพเจ้าชื่อฟาติมาเมื่ออยู่ในปราสาทนั้น และท่านให้จดหมายกับยาแก่ข้าพเจ้าเอง
น้องชายข้าพเจ้าถามถึงฟาติมาและโซเรด และได้ทราบว่าทั้งสองคนอยู่ในปราสาทนั้นจริง แต่ตามธรรมเนียมของธิอุลีเขาเปลี่ยนชื่อทาสหญิงใหม่ทุกคน บัดนี้ทั้งสองจึงได้ชื่อว่า มิรซาและนูร์มาฮาล
เมื่อเห็นว่าน้องชายของข้าพเจ้าผิดหวังมาก หญิงสาวจึงพยายามปลอบใจเขา และบอกว่าหล่อนรู้ทางที่จะช่วยน้องสาวและคู่รักของเขาได้ มุสตาฟาจึงเริ่มความหวังขึ้นอีกและขอร้องให้หล่อนอธิบายแผนให้ฟัง
ข้าพเจ้าเพิ่งมาเป็นทาสของธิอุลีได้ห้าเดือนเท่านั้นตั้งแต่วันแรกข้าพเจ้าก็หาทางหนีอยู่ตลอดเวลาทุกวิถีทางที่จะคิดออก แต่ทุกทางก็ยากเกินกว่าจะทำตามลำพังตนเองได้ ท่านคงได้เห็นว่าในตัวปราสาทชั้นในมีน้ำพุซึ่งมีน้ำพุงออกมาสิบสาย น้ำพุนี้ช่วยให้ข้าพเจ้าเกิดความคิดขึ้นมา ข้าพเจ้าเคยเห็นน้ำพุอย่างนี้ในบ้านของบิดา น้ำนั้นต้องส่งผ่านมาตามท่อน้ำใหญ่ ข้าพเจ้าจึงพยายามดูว่าน้ำพุนี้สร้างแบบเดียวกันหรือไม่ ข้าพเจ้าจึงแกล้งชมความงามของมันกับธิอุลี และถามเขาว่าใครเป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง เขาตอบว่าเขาออกแบบเอง ที่ข้าพเจ้าเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนน้อย น้ำนั้นส่งมาจากลำธารไกลออกไปอย่างน้อยก็พันหลาผ่านมาตามท่อกว้างใหญ่สูงขนาดคนเดินได้ ข้าพเจ้าอยากมีพละกำลังอย่างชายเสียเหลือเกิน จะได้ยกก้อนหินที่น้ำพุออกและมุดหนีออกมาตามท่อนั้น ข้าพเจ้าชี้ทางได้ ท่านจะได้เข้าไปช่วยคนอื่น ๆ แต่ท่านต้องมีผู้ช่วยสักสองคนเพื่อจะได้เอาชนะยามสองคนที่เฝ้าอยู่ตลอดคืนได้
แม้จะผิดหวังมาแล้วถึงสองครั้งแต่เมื่อได้ยินเรื่องราวจากหล่อนมุสตาฟาก็กลับมีความหวังขึ้นมาอีก เขาคิดว่าด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้าเขาคงจะดำเนินตามแผนนี้ได้สำเร็จ เขาสัญญากับหญิงสาวว่าจะดูแลหล่อนส่งให้ถึงบ้านโดยปลอดภัยหากว่าแผนการนี้สำเร็จ มีเรื่องต้องคิดอยู่เพียงเรื่องเดียวคือหาคนมาช่วยสักสองคนที่พอจะไว้เนื้อเชื่อใจได้ ทันใดก็นึกถึงออร์บาซานขึ้นมาได้ ออร์บาซานได้สัญญาว่าจะช่วยเหลือเขาหากว่าต้องการ และได้ให้มีดสั้นไว้เป็นสัญลักษณ์เขาจึงรีบพาแม่สาวนั้นไปตามหาหัวหน้าโจรทันที
ทั้งสองไปถึงเมืองที่มุสตาฟาได้ปลอมเป็นหมอ มุสตาฟาใช้เงินจำนวนสุดท้ายที่มีอยู่ซื้อม้าและจ่ายค่าที่พักให้ฟาติมาพักรออยู่ในเมืองนั้นในบ้านของหญิงจน ๆ คนหนึ่งซึ่งอยู่ชานเมืองตัวเขาเองรีบเร่งไปยังหุบเขาพบออร์บาซาน เขาเสียเวลาถึงสามวันจึงไปถึง เขาได้พบกระโจมตั้งอยู่ยังที่เดิมเขารีบเข้าไปในกระโจมของหัวหน้า ออร์บาซานอดหัวเราะไม่ได้บางครั้งกับเรื่องของเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปลอมเป็นหมอจักกะมานกาบูดิบาบา เขาโกรธเรื่องชายร่างเล็กลูกน้องเก่าที่ทรยศ และสบถว่าหากพบมันเขาจะต้องแขวนคอมันด้วยมือของเขาเอง ออร์บาซานสัญญาว่าจะช่วยน้องชายของข้าพเจ้า ขอให้พักผ่อนก่อนสักคืน มุสตาฟาจึงพักอยู่ที่กระโจมนั้นคืนหนึ่ง รุ่งเช้าออร์บาซานและลูกน้องรูปร่างแข็งแรงอีกสามคนก็เตรียมม้าพร้อมอาวุธ รีบเร่งออกเดินทางไปกับมุสตาฟา สองวันต่อมาก็ถึงเมืองที่มุสตาฟาฝากหญิงสาวที่ช่วยออกมาไว้และเดินทางไปด้วยกันจนถึงป่าใกล้บ้านของธิอุลี จึงหยุดพักรอเวลาค่ำคืน พอมืดก็ไปที่ลำธารเพื่อหาท่อน้ำ ฟาติมาเป็นคนนำทาง พวกเขาหาปากท่อได้โดยไม่ยากนัก ออร์บาซานทิ้งลูกน้องไว้คนหนึ่งให้คอยดูแลม้าและฟาติมาอธิบายหนทางในปราสาทจนถึงน้ำพุ พอขึ้นไปได้จะพบว่าอยู่ในปราสาทชั้นใน สองด้านมีหอคอย นับจากด้านขวาไปประตูที่หก คือทางเข้าห้องนอนของฟาติมาและโซเรดมีทาสเฝ้ายามอยู่สองคน
มุสตาฟา อาร์บาซานและลูกน้องอีกสองคน อาวุธพร้อม ออกเดินทาง น้ำในท่อสูงท่วมครึ่งตัวพวกเขาท่องไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็ถึงน้ำพุ ทางขึ้นมีหินปิดอยู่ ทั้งสี่คนใช้เครื่องมือช่วยกันงัด แม้หินนั้นจะสร้างอย่างดีแน่นหนาแต่ก็ไม่อาจทานแรงคนแข็งแรงถึงสี่คนได้ในที่สุดก็เปิดทางขึ้นได้ ออร์บาซานขึ้นไปก่อนแล้วช่วยคนอื่น ๆ ขึ้นไป เมื่ออยู่ในปราสาทชั้นในแล้ว ก็ช่วยกันมองหาประตูห้องน้องสาว แต่ไม่แน่ใจว่าประตูไหนกันแน่เพราะจากหอคอยด้านขวามีประตูเล็ก ๆ กำแพงบังอยู่ประตูหนึ่ง เขาไม่แน่ใจว่าฟาติมาได้นับประตูนี้ด้วยหรือเปล่าแต่ออร์บาซานไม่ยอมคิดนาน เขาว่า
ดาบของข้าเปิดประตูได้ทุกประตูแหละ แล้วเขาก็ใช้กำลังเปิดประตูที่หกเข้าไป คนอื่น ๆ เดินตามเข้าไปในห้องนั้นมีทาสผิวดำหกคนนอนอยู่บนพื้นหลับสนิท พวกเขาคงกำลังพักผ่อน เมื่อเห็นผู้บุกรุกชายที่นอนตรงมุมห้องก็ร้องขึ้น และลุกปรากฏว่าเป็นลูกน้องเก่าของออร์บาซานนั่นเอง ก่อนที่พวกทาสจะทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ออร์บาซานก็วิ่งตรงไปหา ฉีกเข็มขัดผ้าออกผูกปากเจ้าชายร่างเล็กนั้นไว้มัดมันไว้ข้างหลัง แล้วหันมาจัดการกับพวกทาส แต่มุสตาฟากับอีกสองคนได้ช่วยกันจัดการมัดพวกนั้นไว้แล้ว เขาใช้มีดสั้นจ่ออกทาส บังคับให้บอกห้องนอนของมิรซาและนูร์มาฮาลเป็นห้องไหน จึงทราบว่าเป็นห้องถัดไปนั่นเอง มุสตาฟารีบวิ่งเข้าไปในห้องนั้น และพบว่าฟาติมากับโซเรดตื่นนอนเพราะเสียงการต่อสู้นั้น แล้วทั้งสองรีบเก็บเสื้อผ้าเครื่องประดับตามมุสตาฟาออกมา ลูกน้องของออร์บาซานคิดจะหยิบฉวยของในปราสาทไปด้วย แต่ออร์บาซานไม่ยอม
ข้าไม่ยอมเสียเกียรติให้ใครมาเรียกออร์บาซานว่า เป็นนักย่องเบาตอนกลางคืนหรอก
มุสตาฟารีบพาสองสาวออกไปที่น้ำพุ ออร์บาซานขอเวลาสักครู่หนึ่ง เมื่อมุสตาฟาและหญิงสาวลับตาไปแล้วออร์บาซานก็จับชายร่างเล็กไปที่ลานปราสาท แล้วใช้เชือกรัดคอมันแขวนขึ้นไปที่น้ำพุตอนที่สูงที่สุดเมื่อจัดการกับคนทรยศเสร็จแล้วจึงตามมุสตาฟาเข้าไปในท่อน้ำ สองสาวระล่ำระลักขอบคุณออร์บาซานที่ช่วยเหลือ แต่ออร์บาซานบอกให้รีบหนีโดยเร็วที่สุดเพราะเกรงว่าธิอุลี-โคส จะส่งคนออกมาตามทุกทิศทางเมื่อรู้เรื่อง เช้าวันรุ่งขึ้นมุสตาฟาและสองสาวก็จากออร์บาซานด้วยน้ำตา ทั้งสามบอกว่าพวกเขาจะไม่มีวันลืมออร์บาซานเลยในชีวิตซึ่งก็เป็นความจริง
ฟาติมา ทาสที่หนีออกมาได้คนแรก เดินทางไปบัลซอรา ปลอมหน้าตาจนไม่มีใครจำได้และโดยสารเรือกลับบ้าน น้องของข้าพเจ้าก็ถึงบ้านอย่างปลอดภัยในเวลาอันรวดเร็ว บิดาผู้ชราของข้าพเจ้ายินดีมากที่พบลูก ๆ วันต่อมาจึงจัดงานฉลองใหญ่ เชิญคนทั้งเมืองทีเดียว น้องชายของข้าพเจ้าเล่าเรื่องการผจญภัยของเขาให้เพื่อนและญาติฟัง ทุกคนชมเชยเขาและยกย่องในน้ำใจของออร์บาซานมาก
และท้ายที่สุดบิดาของข้าพเจ้าก็ลุกขึ้น จูงมือโซเรดนำไปให้น้องชายของข้าพเจ้าและประกาศว่า
ลูกรัก พ่อขอยกเลิกคำแช่งด่าทั้งมวลที่เคยด่าเจ้าไว้ ขอให้รับโซเรดจากมือพ่อเป็นรางวัลในความพยายามอันแข็งขันของลูก รับคำอวยพรจากพ่อ และเมืองของเราจะไม่มีวันขาดความต้องการคนเยี่ยงลูก ซึ่งเต็มไปด้วยความรักพี่น้อง กล้าหาญและกระตือรือร้นเลย
กองคาราวานได้เดินทางถึงชายเขตทะเลทรายแล้วด้วยความยินดีเป็นที่สุดของทุกคนที่ได้เห็นหญ้าเขียว ๆ และร่มไม้ใหญ่ซึ่งไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานาน มีโรงแรมที่พักในหุบเขาสวยงามพวกเขาเข้าไปพักค้างคืน มีโรงแรมนี้จะไม่ดีนัก อาหารและที่พักธรรมดา ๆ แต่พวกที่เดินทางไกลมาปานนี้ก็ยินดีที่ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยจึงเต็มไปด้วยความร่าเริงยินดีอะไร ๆ ก็ดูดีไปหมด มูเล่ย์พ่อค้าหนุ่มแสนรื่นเริงจัดให้มีการแสดง เต้นรำและร้องเพลงทำให้ทุกคนยิ้มออกมาได้แม้แต่พ่อค้ากรีกซาลูคอสผู้เงียบขรึมและไม่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสเลย ยิ่งไปกว่านั้นมูเล่ย์ยังให้ความบันเทิงเพื่อนร่วมเดินทางด้วยนิทานที่สัญญากันว่าจะเล่าคนละเรื่อง มูเล่ย์ละจากการกระโดดโลดเต้นและนั่งลงเล่าเรื่องของมูกี้คนแคระ 
|