โ ด ย   ส ม า ค ม ไ ท ส ร้ า ง ส ร ร ค์
สนันสนุนโดย สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ)


   พัฒนาการของเด็กปฐมวัย

     พ่อแม่ผู้ปกครองหรือแม้แต่ครูพี่เลี้ยงเด็กเอง ยังคงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความจริงเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย (อายุ ๐-๖ ปี) หลายประการ ส่วนใหญ่เข้าใจว่าพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กวัยนี้ คือ การรู้จักตัวพยัญชนะไทย ตัวเลขหรือแม้แต่พยัญชนะอังกฤษให้มากเท่าไรยิ่งดี จะยิ่งสร้างความภูมิใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองมากเท่านั้น

     หลายท่านจึงคาดคั้นให้ลูกเขียนหนังสือ ท่องบ่นตัวพยัญชนะให้ได้จำนวนมาก ตั้งแต่ ก-ฮ หรือท่อง A-Z เด็กท่องบ่นได้มากและเขียนได้เยอะเท่าไร คนที่มีความภาคภูมิใจบนความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้ กลับสร้างความทุกข์แก่เด็กเป็นอย่างมาก เพราะการส่งเสริมการเรียนรู้แบบนี้ เป็นการฝืนธรรมชาติของความเป็นเด็ก กล้ามเนื้อน้อย ๆ ของเขายังไม่แข็งแรงพอที่จับดินสอหรือปากกา สมองของเขายังต้องการการฝึกคิดและจินตนาการจากเรื่องราวที่เขาชอบ มากกว่าการท่องบ่นสิ่งที่ไม่รู้ความหมาย จึงไม่แปลกใจที่เด็กวัยนี้แม้ว่าจะท่องได้มากเท่าไร แต่พอโตขึ้นกลับพบว่าเด็กไม่ได้ฉลาดอย่างที่ต้องการ เด็กหลายคนเบื่อโรงเรียน เบื่อการบังคับให้เรียน เกิดปัญหาการไม่อยากมาโรงเรียน เพราะการเรียนรู้ที่ผิดธรรมชาติของเขา

     เด็กวัยนี้ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อม ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ด้วยการเล่น เช่น เล่นดินน้ำมัน เล่นทราย เล่นตัวต่อ เป็นต้น และต้องการเตรียมความพร้อมทางสมองด้วย การฟังเรื่องราวที่สนุกสนานจากหนังสือ หรือฟังนิทานที่ผู้ใหญ่อ่านหรือเล่าให้ฟัง


   การเล่านิทานอ่านหนังสือ

     การวิจัยทางการแพทย์พบว่า เด็กจะมีการเจริญเติบโตของเซลล์สมองมากที่สุดในช่วงวัย 0-6 ปี การจะสร้างเด็กที่เป็นเลิศเราจึงต้องเริ่มพัฒนาเด็กในวัยนี้

     เซลล์สมองจะพัฒนามากขึ้นและแตกแขนงออกไป ก็ต่อเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้และฝึกใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ โดยเฉพาะทางตาและทางหู ยิ่งเมื่อเซลล์สมองได้รับการกระตุ้นมากเท่าไร เส้นใยสมองก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็นสายใยมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเส้นใยสมองเพิ่มขึ้นมาก เด็กก็ยิ่งฉลาดมาก

     การเล่านิทานอ่านหนังสือให้เด็กฟัง – เป็นการพัฒนาเด็กบนพื้นฐานของความรัก ความอบอุ่น เมื่อพ่อแม่อ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะได้รับการกระตุ้นประสาทสัมผัสส่วนต่าง ๆ เช่น หู ตา และหากพ่อแม่ให้เด็กนั่งบนตัก เด็กจะได้รับความอบอุ่นจากการสัมผัส หากพ่อแม่กระตุ้นเด็กบ่อยเพียงไร เด็กก็ยิ่งจะเพิ่มความรักและจะซึมซับเอานิทานหรือเรื่องเล่าจากหนังสือ

     การเล่านิทานอ่านหนังสือ - พ่อแม่สามารถทำให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง หรือต้องพึ่งพาโรงเรียนอนุบาลราคาแพง เพียงแต่พ่อแม่เอาเด็กนั่งบนตัก และอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ให้เด็กฟัง สมองของเด็กในช่วงนี้จะเป็นเสมือนผ้าขาว หากใส่อะไรลงไปก็จะเกิดการซึมซับได้อย่างรวดเร็ว

     การเล่านิทานอ่านหนังสือ - จึงเป็นการเตรียมความพร้อม และพัฒนาสมองของเด็ก โดยผู้ใหญ่สามารถกระทำได้เพียงอาศัยช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน อ่านหนังสือหรือเล่านิทานด้วยคำพูดของเราเอง ด้วยภาษาที่ดีจากหนังสือภาพ เด็กก็จะรับรู้ภาษาและความรู้สึกผ่านการออกเสียงของพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยเฉพาะเด็กที่ต้องอยู่กับผู้ปกครองซึ่งไม่ใช่พ่อแม่ ผู้ใหญ่ยิ่งจะต้องเอาใจใส่ให้มาก เพราะเด็กเหล่านี้จะต้องการความรักและความเอาใจใส่มากกว่าเด็กที่มีพ่อแม่ดูแล
   หนังสือภาพที่ควรอ่านให้เด็กฟัง

     ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าหนังสือที่อ่านให้ลูกฟังนั้น เป็นหนังสือประเภทใดก็ได้ ความจริงแล้วเด็กจะรับสารจากการอ่านหนังสือของผู้ปกครองได้สองทาง คือ จากการดูภาพและจากการฟัง หนังสือสำหรับเด็กควรเป็นหนังสือภาพที่มีความเข้าใจง่าย และมีเนื้อหาของภาพสัมพันธ์กัน หนังสือภาพที่ดีไม่ใช่หนังสือภาพที่มีภาพสะดุดตาสีสันสวยงามเสมอไป เพราะหนังสือภาพระดับโลกบางเล่มเป็นเพียงสีขาวดำ และวาดด้วยลายเส้นง่าย ๆ แต่สามารถเข้าไปอยู่ในใจเด็ก ๆ ได้ หนังสือภาพที่ดีต้องเป็นหนังสือที่ภาพสามารถสื่อเป็นเนื้อเรื่องเดียวกัน เพื่อให้เด็กได้เข้าใจโดยไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือ สายตาของเด็กจะเป็นสายตาที่สังเกตทุกรายละเอียด เด็กบางคนจะเห็นภาพที่ผู้ใหญ่ไม่เห็น แม้เด็กจะอ่านหนังสือไม่ออก แต่เด็กสามารถรับรู้เรื่องราวโดยอาศัยภาพในการบอกเล่าเรื่องราว

     ส่วนภาษาที่ใช้ในหนังสือ ต้องเป็นคำสุภาพ สละสลวย ไม่กำกวมและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เพราะเด็กจะได้จดจำภาษาที่ถูกต้อง

     การเลือกหนังสือภาพให้กับเด็กต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากเลือกหนังสือที่ไม่มีประโยชน์ และสื่อสารกับเด็กไม่เข้าใจ ก็จะไม่มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก หนังสือบางเล่มก็อาจกลายเป็นดาบสองคมสำหรับเด็ก โดยเฉพาะหนังสือการ์ตูนที่มีเนื้อเรื่องรุนแรงและใช้ภาษาไม่ถูกต้อง ก็ไม่ควรอ่านให้เด็กฟัง เพราะจะทำให้เด็กซึมซับความรุนแรงและเข้าใจภาษาไม่ถูกต้องไปด้วย


  เทคนิคการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง

     หนังสือภาพเป็นหนังสือสำหรับเด็ก แต่เป็นหนังสือที่ผู้ใหญ่ต้องอ่านให้เด็กฟัง การอ่านหนังสือให้เด็กฟังเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้ เพียงแต่มีความเอาใจใส่ต่อเด็ก

     การเล่านิทานอ่านหนังสือ อาจจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่เด็กสามารถนั่งได้แล้ว เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็ว ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับเด็กมากเท่านั้น

   เทคนิคการอ่านหนังสือให้เด็กฟังไม่มีอะไรที่ซับซ้อน

     เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่จับหนังสือให้อยู่ในระดับสายตาของเด็ก ให้เด็กได้เห็นหนังสือทุกส่วนมากที่สุด

     ขณะที่อ่านควรอ่านออกเสียงให้ดังพอประมาณให้เด็กได้ยิน และที่สำคัญควรอ่านให้ถูกอักขระออกเสียงให้ชัดเจน ทั้งตัว ร, ล และคำควบกล้ำ ควรออกเสียงให้ถูกต้อง เพราะเด็กจะได้ฟังภาษาที่ถูกต้อง

     ควรอ่านด้วยน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติ มีชีวิตชีวา เหมือนกับตัวละครมากที่สุด การดัดเสียง หากทำให้อักขระผิดเพี้ยนไปก็ไม่ควรดัดเสียง เพราะเด็กจะไม่ได้รับประโยชน์ และผู้อ่านหนังสือจะเบื่อเสียเอง

     การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ควรอ่านให้เนื้อเรื่องติดต่อกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ควรหยุดเพื่ออธิบายหรือสอนอะไรมาก เพราะเด็กจะเกิดความเบื่อหน่าย และไม่มีสมาธิต่อเนื่อง

  เด็กได้อะไรจากการเล่านิทานอ่านหนังสือให้ฟัง

     นอกจากความรักความอบอุ่นที่จะเกิดขึ้นกับเด็กแล้ว เด็กจะได้รับประสบการณ์การอ่านเพิ่มขึ้นจากการฟัง และจากการใช้สายตาดูภาพ

     ภาษา – หนังสือภาพเปรียบเสมือนคลังภาษาสำหรับเด็ก เด็กจะเรียนรู้ภาษาจากประสาทสัมผัสทางหู เด็กที่ฟังบ่อย ๆ จะเก็บสิ่งที่ได้ไว้ในสมอง เด็กจะมีคำศัพท์เพิ่มขึ้นกว่าเด็กปกติที่ไม่มีการอ่านหนังสือให้ฟัง ภาษาเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่เด็กนำไปใช้สื่อสารต่อไป และภาษายังเป็นเครื่องมือให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจสิ่งรอบตัวมากยิ่งขึ้น

     จินตนาการ – หนังสือภาพเป็นเรื่องเล่าที่สนุกให้เด็กได้จินตนาการและได้คิดตาม การได้ฟังบ่อย ๆ จะช่วยกระตุ้นให้เด็กได้จินตนาการ
     จินตนาการเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการสร้างสรรค์ทุกอย่างเกิดจากภาพจินตนาการผุดขึ้นมาก่อนนำไปสู่การคิดหาข้อเท็จจริง นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอย่าง “ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ” ยังให้การยอมรับว่าเขาอาศัยจินตนาการในการช่วยสร้างภาพมิติต่างๆ จนเขาสามารถคิดทฤษฎีที่มีมนุษย์ไม่กี่คนในสมัยนั้นเข้าใจ ดังวาทะของเขาที่ได้รับการกล่าวอ้างเสมอ “ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ”

     สัญลักษณ์ – นักการศึกษาหลายท่านเชื่อว่าเด็กเรียนรู้จากการจดจำสัญลักษณ์ เด็กจะจดจำบางสิ่งได้จากการเห็นบ่อยๆ เช่น มะม่วง เด็กจะไม่รู้ความหมายว่าเป็นมะม่วง แต่เด็กเห็นรูปลักษณ์และได้ฟังเสียงคำว่ามะม่วง หรือเลขแปดมีลักษณะคล้ายปลา เมื่อบอกเด็กว่าแปดเหมือนปลา เด็ก ๆ ก็จะนึกภาพปลาก่อนจากนั้นก็เชื่อมโยงเป็นเลขแปด
     หนังสือภาพหลายเล่มพยายามที่จะเน้นสัญลักษณ์ต่าง ๆ ให้เด็กจดจำได้ง่ายโดยเฉพาะการใช้สัญลักษณ์แทนตัวเลขและแทนอักษร จะช่วยให้เด็กเชื่อมโยงเกิดความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

     ความคิด – สมองของเด็กจะถูกกระตุ้นให้คิดและเรียนรู้ตลอดเวลาจากการที่เราอ่านหนังสือให้ฟัง จากการสัมผัสหรือจากการที่เด็ก ๆ เห็นรูปและได้ฟัง ก็จะเกิดความอยากรู้อยากเห็น เด็ก ๆ จะคิดและจินตนาการตามไปด้วย การคิดบ่อย ๆ เซลล์สมองยิ่งแตกแขนงออกไปมาก ยิ่งมากยิ่งเกิดความฉลาดกับเด็ก

     สมาธิ – จากการทดลองกับเด็กในหลาย ๆ รุ่นโดยเฉพาะเด็กที่เข้าร่วมอยู่ในโครงการต่าง ๆ ของสมาคมไทสร้างสรรค์ จะพบว่าเด็กที่คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูอ่านหนังสือให้ฟังอยู่เสมอในช่วงเวลา 1 ปี จะมีสมาธิเพิ่มขึ้นกว่าเด็กปกติร้อยละ 20 ขึ้นไป กล่าวคือเด็กที่ได้ฟังการอ่านหนังสืออยู่บ่อย ๆ จะมีสมาธิทำกิจกรรมใด ๆ ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และจะมีความสนใจจดจ่อกับสิ่งนั้น เช่นนี้แล้วหนังสือภาพนอกจากจะเป็นเครื่องมือชิ้นเยี่ยมที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านสติปัญญาแก่เด็กแล้ว การอ่านหนังสือภาพให้เด็กฟังยังช่วยให้เด็กเรียนรู้การอ่าน ปลูกฝังให้เห็นคุณค่าของการอ่าน ที่สำคัญหนังสือภาพยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

     ...ในอ้อมกอดของพ่อแม่ที่ชี้ชวนและเล่าเรื่องราวในแต่ละหน้า เด็กได้มองภาพ ได้ฟังเสียงพ่อแม่เล่าเรื่อง เกิดการคิดและจินตนาการตาม ไม่เพียงจะกระตุ้นเซลล์สมอง หากสัมผัสแห่งการโอบกอดที่เด็กได้รับ ยังอบอวลด้วยความรัก สร้างความอบอุ่นทางใจแก่เด็กด้วยเช่นกัน

 

  ร่วมปันน้ำใจสู่ "โครงการนิทานเพื่อน้อง" สานความฝันสร้าง "ห้องสมุดเด็กในชนบท" กับสมาคมไทสร้างสรรค์ ได้ที่
  • ธนาคารกรุงไทย            สาขาขอนแก่น     เลขที่บัญชี 405-0-17571-1
  • ธนาคารไทยพาณิชย์      สาขาขอนแก่น     เลขที่บัญชี 511-2-64751-0
  • ธนาคารทหารไทย         สาขาขอนแก่น     เลขที่บัญชี 335-2-66758-2
  • ธนาคารกรุงเทพ            สาขาขอนแก่น     เลขที่บัญชี 521-0-62595-9
  • ธนาคารกสิกรไทย          สาขาขอนแก่น     เลขที่บัญชี 109-2-71121-4

   สนับสนุนสมทบทุนโครงการสวนเพื่อการเรียนรู้ ได้ที่
  • ชื่อบัญชี โครงการสวนเพื่อการเรียนรู้ ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนหน้าเมือง เลขที่บัญชี 109-2-82889-8
  • ส่งเอกสารโอนเงินมาที่ สมาคมไทสร้างสรรค์ 2/101 หมู่ 12 บ้านโนนชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือที่หมายเลขโทรสาร 043-331274
ส ม า ค ม ไท ส ร้ า ง ส ร ร ค์ :
องค์กรพัฒนาเอกชนด้านเด็กปฐมวัยและครอบครัว โทรศัพท์ 043-331273-4 , 01-544-5274 โทรสาร 043-331274
www.taiwisdom.org e-mail : taiwis@kknet.co.th,dinoread@kknet.co.th
 
Copyright © 2002 , Chomromdek Publishing House. All Right Reserved
122/107-109 ซอย 91/1 ถนนประชาอุทิศ แขวง/เขต ทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140
โทร.02-871-7542-44 โทรสาร 02-871-7545
Contact WebMaster : WebMaster@Chomromdek.com